เรื่องทั่วไป

* ตอนรุ่นพี่รุ่นที่ 1 รหัส 42 นั้นได้ใช้สถานที่เรียนชั่วคราว โดยเรียนกับโรงเรียนมัธยมของเทศบาล(เทศบาล6)อยู่ 1 เทอมเพราะมหาลัยยังสร้างไม่เสร็จ
* รุ่นพี่รุ่นที่ 1 มี 62 คน และมหาลัยเปิดสอนแค่ 2 สาขาวิชา แบบว่า ถ้าไม่ลงสาขาแรก ก็เหลืออยู่สาขาเดียว (ประมาณว่าอย่ามากเรื่อง)
* รุ่นพี่รุ่นที่ 1 (ส่วนใหญ่)แต่งตัวมิดชิด โดยเฉพาะผู้หญิงจะสวมกระโปรงยาว ใช้รองเท้าสาน สะพายย่าม และนิยมเพลงเพื่อชีวิต - แต่รุ่นน้องที่ตามมารุ่นหลังๆ จะออกแนวไฮ ๆ เริ่ด ๆ .... ไม่ต้องบรรยายนะ
* รุ่นพี่รุ่นที่ 1และอาจารย์รุ่นบุกเบิกจำใจต้องย้ายห้องเรียนเป็นบางครั้ง เพื่อหนีรถแบ็คโฮและเครื่องจักรกลหนักที่กำลังทำงานระหว่างคาบเรียน(ก็มัน กร็อก ๆ แกร็ก ๆ อยู่ข้างหน้าต่างห้องเรียนนี่หน่า)
* อาจารย์รุ่นบุกเบิกบางท่าน หน้าเด็กกว่ารุ่นพี่รุ่นที่ 1 ท่านอธิการมักจะทักผิด ๆ ถูก ๆ นึกว่าอาจารย์เป็นนักศึกษา
* มหาลัยพึ่งมีครบสี่ชั้นปีในปี 2545
* รุ่น 1 - 5 จะอยู่ทันเห็นรั้วสังกะสีเขียว ดินแดง
* ตอนรุ่น 1 - 5 หอในอยู่ห้องละ 3 คน ตอนนี้ 4 อาจมีถึง5ได้ถ้ามีความอดทนพอ
* (ป่าวนะ พี่รุ่น 1 ไม่ทันได้พักหอในหรอก เพราะเรียนจนจบปี 4 หอในก็ยังสร้างไม่เสร็จ)
* หอ F4 F5 เคยเป็นหอชายมาก่อน
* ลานจอดรถจักรยานหน้าหอ F2 มีรถจักรยานมาจอดไม่เกิน 5 คน
* ไปรษณีย์ ems มาถึงมอต้องรออีกหนึ่งวัน
* ถนนหลังมอมีจุดชมวิวด้วยนะเป็นเขื่อนส่วนตัว
* เป็นมหาลัยที่ขาดแคลนที่จอดรถมากๆ โดยเฉพาะช่วงรับปริญญา
* บัตรนักศึกษาไม่เคยถ่ายออกมาแล้วดูดี
* บัตรนักศึกษามีไว้เช่าการ์ตูนจากร้านหน้ามอ ส่วนวีซีดีแนะนำไปซื้อแม่สายเอา
* หอในน้ำอาบจะไม่ไหลช่วงเวลาสำคัญช่วงวันรับน้องที่เลอะโคลน
* ตู้น้ำเย็นหอลำดวน 3 น้ำไม่ไหลบ่อยมาก
* รถ ไฟฟ้า evtฟรี ครับพี่น้อง ดีใจ
* evt = อี เวน ตะลัย ช่วงเปิดฟรี (ต้นเทอม 50)ช่วงนั้นเขากำลังฮิตหนัง เกี่ยวกับการ driff เพราะฉะนั้นรถไฟฟ้าก็เลยไม่ตกกระแสอารมณ์เหมือนเล่นรถไฟเหาะ สนุกเวลาเข้าโค้ง
* เคยมอเตอร์ไหม้ตรงทางสามแยกแถวอาคารส่วนหน้าด้วยนะเออ - -;
* พวกปี สี่ ชอบมานั่งเล่น ๆ มาแย่งที่เด็กครับ
* มานั่งชมบรรยากาศ มอ สุดสวย !!!!!!
* เวลามีคนมาดู มาถ่ายรูปที่ม.มักจะเป็นกรุ๊ปทัวร์ กรุ๊ปทัวร์+รถไฟฟ้า ลองจินตนาการว่า เที่ยวชมสวนสัตว์ มีทั้งชะนี แรด...จะได้บรรยากาศมาก
* security guard มอเราแต่ล่ะคน แซ้บทั้งนั้น อารมว่ามอนี้กุคุม
* security guard โบกรถและรับบัตรจะมีความแซ๊บสูงกว่า security guardเฝ้าหอหรืออาคารต่างๆ เพราะสามารถด่านักศึกษาได้ง่ายๆเมื่อไม้พอใจ
* เป็นมหาวิทยาลัยที่สวยอันดับสองของโลก จัดเป้นประเภท Resort University
* ไม่ต้องกลัวว่าเวลาเจ็บป่วยหรือมีอุบัติเหตุหนักๆจะไปโรงพยาบาลไม่ทันทางม.มีรถกู้ภัยลำดวน เป็นรถกระบะติดไฟเบอร์เดี๋ยวนี้มีรถตู้อย่างหรูแล้ว
* แถมอีกนิดกับรถกู้ภัยลำดวน ถ้ารู้ว่าอีก 2-3 ชม.ข้างหน้าคุณจะป่วยหรือมีอุบัติเหตุกรุณาให้พี่ยามเรียกกูภัยมาได้เลย เพราะเมื่อถึงเวลาแล้วเขาจะมาพอดีอันนี้ล้อเล่นมั้ง เพื่อนเคยป่าว ดริฟมาอย่างไว
* เรื่องเพิ่มใหม่ เดี๋ยวนี้ใครผ่านไปผ่านมาตามถนนสาย ลำดวน-ส่วนหน้า จะพบสิ่งก่อสร้างที่เรียกว่า ลูกระนาด แต่ที่นี่ไม่ธรรมดา ในเมื่อเป็นมอที่สวยที่สุดแล้ว ลูกระนาดก้อต้องอลังการณ์ด้วย ตำหน่งที่ตั้งเล่นอยู่ตรงทางโ๕้งอ่ะ
o ทางออกม.7/11ส่วนหน้า ตรงสามแยกพอดี ขับมาดีๆเบรคแล้วเลี้ยวหัวทิ่ม ตอนนี้เป็นรุ่น1.0แล้ว แรกๆ ทำจากไม้อัด(รุ่นเบต้า) เห็นคนมากระโดดกันเยอะ สงสัยอยากลองของใหม่
o ก่อนถึงครัวจันทบุรี(ตอนนี้เป็นรุ่น 1.0 ยางมะตอยแล้ว) จุดนี้คาดยาวเต็มถนน ใหม่ๆมีคนหัวทิ่มเยอะ เลยเบี่ยงออกทางด้านข้างแทน แล้วเขาก้อเอาหมุดมาปักขวางทางเบี่ยง เผื่อว่าใครล้ม หัวจะได้ทิ่มโดนหมุดพอดี(เดี๋ยวนี้เปลี่ยนเป็นแท่งปูนขวางไว้)
o ทางโค้งก่อนถึงลำดวน สภาพถนนก้อน่าอันตรายอยู่แล้ว เอาเนินนรกมาขวางไว้อีก ทำให้อันตรายขึ้นไปใหญ่ ตรงนี้เป็นรุ่น 1.0 ทำจากยางมะตอย ตอนนี้ครอบคลุมทั้ง2เลนแล้ว
o ทางเข้าม. ก่อนประตูนิดเดียว ตรงยูเทิร์นพอดี มีรุ่นเบต้า อยู่1อัน (สงสัยย้ายมาจากครัวจันทบุรี)
o ปล.คิดว่าม.คงได้แนวคิดมาจากวง body slam "ผมอยากเห็นทุกคนบินได้" ( ปัจจุบันมีคนบินตกไปแร้ว จริงไม่จริงหาข้อมูลได้จากครัวจันทบุรี และผู้เห็นเหตุการณ์ )

* ช่วงเวลาของการลงทะเบียน ถ้าคนที่ลงออนไลนโอนตังค์ได้ก็แล้วไป แต่ส่วนมากก็จะไปลงที่ส่วนทะเบียน ในวันนั้นตามตู้กดตังค์จะไม่สามารถกดแบงค์พันได้ถ้าหากแต่ว่าคุณไปช้า แบงค์พันไปจ่ายค่าลงทะเบียนไม่เท่าไหร่ ลองนึกภาพว่าตู้จ่ายเงินออกมาเป็นแบงค์ร้อยทั้งหมดสิ...(แบบนี้เค้าเรียกว่า เศรษฐีแบงค์ร้อย - -')
* F4 เฮี้ยนสุด หลังศูนย์จีนก็ใช่ย่อย
* วันที่เปิดให้ลงทะเบียนวันแรก คิวจะยาวมาก คนก็บ่นกันทุกปี
* ลานดาวกะสระหน้ามอเจ๋งสุด คนนั่งเล่นกันประจำ แต่ถ้าสวยสุดก็ต้องเป็นศูนย์จีน
* ห้ามลองใส่ชุดครุยก่อนเป็นอันขาด ไม่งั้นไม่จบ - -"
* เวลาไฟดับ จะเกิดปรากฎการณ์น่ารำคาน คือ ไซเรน ทั่วหอ น่าเบื๊อน่าเบื่อ - -"
* เซเว่นใน ม. ไม่มีเหล้า และบุหรี่ขายเป็นอันขาด ถ้าคิดจะซื้อ อย่าหวัง!! - -"
o ถึงไม่มีเหล้าขายแต่มีถุงยางอนามัย+ที่ตรวจการตั้งครรภ์ขาย -*-
* ต้นไม้ใหญ่ข้าง F2 เป็นที่สักการะของคนใน ม. ไม่เชื่อไปดู ทุกปีจะมี พวงมาลัยคล้องใหม่ทุกปี - -"
* ทั้งมหาลัย...มีเกย์เยอะซิบหาย - -" 7/10มั้งแม่ง
o ทอมกะดี้ก็ด้วยนะเออ - -"
* เป็นมหาวิทยาลัยที่ไม่หล่อก็หาแฟนง่ายเหตุผลย้อนดูข้อก่อนๆ
* ผู้ชายที่เข้าหลังจบการรับน้อง60เปอร์เซ็นจะกลายเป็นเกย์และกระเท ยอีก20เปอร์เซ็นจะกลายเป็นอาหารของสองเผ่าพันธุ์ข้างต้น ชายแท้ที่อยู่ได้จนจบถือว่ามีสัญชาติญาณในการเอาตัวรอดดีมาก
* สระหน้า ม. ไม่เสียค่าบริการ แต่จะถูกยามทั้ง ม. ไล่
* เด็กแม่ฟ้าหลวงเป็นเด็กไฮโซ เพราะ มาจากคำว่า High+Society ซึ่งแปลว่า สังคมที่อยู่สูง(เพราะอยู่บนดอย ฮ่าๆๆๆๆ)
* เสียงโทรโข่งตอนเช้า ได้ยินแถวๆ หน้า ม. ตอนประมาณ 6.00-7.30 น.
* รถไฟฟ้าของ มฟล. หวาดเสียวที่สุด (น่าจะเรียกว่ารถไฟฟ้ามหาสนุกนะ)
* ยามใต้หอ ถูกจ้างมาให้หลับ และโทรศััพท์เท่านั้น - -"
* หน้า ม. ต้นไม้อุดมสมบูรณ์ เพราะมาจากเงินทั้งหมดของมหาลัย - -"
* เซเว่นหอลำดวน ไม่เคยเปิดเกิน เที่ยงคืน
* หอลำดวน มีอีกชื่อหนึ่งว่า หอลำบาก
* ส่วนบริการนักศึกษา (มันเป็นแค่ชื่อเท่านั้น ไม่ได้มีความหมายตรงตัว)
* ยามแจกบัตรรถ ชอบแอบจับมือนักศึกษาสาว
* ถ้าใครเรียนเกิน 4 ปี แล้วถูกเรียกว่าพี่เปอร์ จะดูเท่ห์ชะมัด
* ถ้าใครมีเรียนแถวตึก C เลิกตอนค่ำๆ จะต้องพกไฟฉาย
* เซ่เว่น บริเวณมอ จะนิยมเปิดช่องเก็บตัวค์ เพียงช่องเดียว ไม่ว่าคนจะเยอะยังไงก็ตาม
* เซ่เว่น บริเวณมอ จะไม่มีเงินทอนคุณ ถ้าคุณใช้แบงค์ 500 และ 1000
* ทุกปีร้าน เซเว่นที่ส่วนหน้าต้องมีพนักงานเป็นทอมอย่างน้อย1คน
* ร้านหลังเซเว่นหน้าหอลำบาก1 ทำยังใง เพิ่มปริมาณ/บริการส่งยังใงก็สู้ร้านป้าแผงไม่ได้อยู่ดี
* รถหน้ามอ 5 บาทมักจะไม่แวะมาแถวหอลำบาก แต่มักจะจอดอยู่ที่ศาลา D1
* รถไฟฟ้าช่วงเย็นๆของวันหยุดมักจะวิ่งด้วยความเต่าเพราะแบตหมด
* หอลำบากมีจักรยานจอดอยู่รอบๆ แต่ก็ใช้มอ'ไซกันซะหมด
* หอลำบากชั้น4 มีกล้องติดแค่ตรงกลางตัวเดียว ทั้งที่ชั้นอื่นมีทั้งซ้ายและขวา(พาผู้หญิงมาได้ แบบเนียนๆเลย ขึ้นหนีไฟมานี่ ไม่มีใครรู้อ่ะ)
* ป้าแผง สั่งหนึ่งกล่อง อิ่มสามมื้อ
* มีการห้ามเด็กปี1นำรถยนต์หรือจักรยายนต์มาใช้ในบริเวณ ม.ซึ่งได้รับการปฎิบัติตามอย่างล้นล้ามโดยดูได้จากจำนวนมอเตอร์ไซค์ที่จอด อยู่รอบว่าเยอะมาก
* เด็กหอในทุกคน ต้องเคยอาบน้ำโค๊ก
* เนินนรก กำลังจะคร่าชีวิตคน
* เด็กมอ ชอบขี่ย้อนศร
* เดือนและดาวมหาลัยจะคัดความสามารถก่อนหน้าตา (ทำไมไม่ใช้การตอบปัญหาวิชาการเลือกไปเลยหละ)
* เปิดเทอม หลังเกรดออก ลานดาวจะเต็มไปด้วยคนแก้บน
* ส่วนทะเบียน วุ่นวายที่สุดในวันลงทะเบียน
* วันลงทะเบียน อาจารย์ห้ามหายไปไหน ไม่งั้น วุ่น
* สำนักนิติ จะต้องมีการเลื่อนสอบเสมอ
* นักศึกษาเกือบทุกคนต้องเคยทะเลาะกะส่วนทะเบียน
* นักศึกษาทุกคนต้องรู้จักพี่แม๊ค
* เฟรชชี่ อยู่ที่นี่ไม่นาน นักเลง(ขาใหญ่)ทุกคนเดินขึ้นดอย
* มีประเพณีรุ่นน้องไหว้รุ่นพี่ซึ่งได้รับการสืบต่อมาตั้งแต่เปิดมอ ปัจจุบันเริ่มเลือนหาย
* ดีสอง บรรยากาศดี แต่เหมือนป่าช้า
* ตลาดฟ้าไทย คือแหล่งพลังงานมื้อค่ำของชาวมอ
* หอหญิง แต่มีโถฉี่ของชาย
* นักศึกษาที่ไม่ได้เรียนที่ตึกs(ตึกแล๊บ)ไม่ควรเดินผ่านบริเวณนั้นเพราะจะหลงได้ง่ายๆ
* นาฬิกาใต้หอลำดวน หน้าตาเหมือนเครื่องสแกนลายนิ้วมือ
* ทำบัตรรถหาย ไปขอซื้อบัตรใหม่ได้ที่ร้านใต้ D1 (ร้านถ่ายเอกสารที่อื่นก็น่าจะมีเหมือนกัน)
* รถชนในม. บ่อยสุดๆๆๆๆ (ทั้งที่ไม่ใช่ถนนใหญ่แท้ๆ)
* 2 ปีก่อนมีกรณี "ลูกแมว" ตายในห้องน้ำหญิง เหอเหอเหอ จริงไม่จริงไม่รู้
* พลาซ่าส่วนหน้า ปีที่แล้วร้านน้อยยังไง ปีนี้ก็ยังหยั่งงั้น
* เป็นมหาวิทยาลัยที่มี เสื้อต่างๆเยอะมาก เสื้อเฟรชชี่ เสื้อสาขา เสื้อจังหวัด เสื้อชมรม เสื้อหน่วยงานต่างๆอีกมากมาย รวมทั้งชุดล้านนา
* มีการรณรงค์ให้ใส่ชุดร้านนาไปเรียนทุกวันศุกร์
* จะไปห้องสมุด อย่าลืมเอาเสื้อกันหนาวไปด้วย!! ผ้าห่มมาด้วยก็ดี
* การไปอ่านหนังสือก่อนสอบที่ห้องสมุดเป็นการตัดสินใจที่ผิดที่สุดเพราะคนจะเยอะมากกกกกกกก
* สวนวนาภิรมย์หน้าสระ มีใครไปมั่งเปล่า?
* น้องที่มาสอบเล่าให้ฟัง นอนเอฟสี่แล้วเจอเรื่องตื่นเต้น หุหุ รู้จักม.เปิดใหม่น้อยไปซะแล้ว
* เปิดเทอม 7-11 ลำดวนเปิดถึงเที่ยงคืน แล้วปิดเทอมจะเปิดมั้ยเนี่ย?
o ยืนยันช่วงซัมเมอร์เปิดไม่เกิน4ทุ่ม(บางที2ทุ่มก็ปิดแล้ว)
* อยากเห็นทะเลหมอก ออกมามองนอกห้องซักตี 2 ตี 3 ไม่ต้องไปแล้วภูกระดึงหรือภูชี้ฟ้า
* เด็กม.เกือบทุกคน (หรือทุกคนหว่า) ต้องเคยไปแม่สาย!
* รีบกระโดดลงรถ EVT ช่วงขึ้นเนินส่วนหน้า วิ่งไป E1 ยังถึงไวกว่าเลย -..-
* พนักงานทุกส่วนของที่นี่ น่าจะจับไปสัมมนาเรื่อง Service Marketing ให้หมดทุกคนเลย เพราะบางครั้งชอบทำอะไรปัญญาอ่อนมากๆ
o วิศวะมฟล.โหดนะคร้าบ
* แต่แซ๊บสุดต้องนิติ
o เน็ตหอลำบากตอนเปิดเทอมจะลื่น(หัวแตก)อยู่พักนึง พอคนมาู่ครบมันจะช้ามั่ก
o ตอนนี้หอลำบากมีสายแลนให้ใช้แล้ว
o ตอนเปิดเทอมจะโหลดอะไรลื่นๆต้องตื่นมาตี3-5
* อย่าพยายามออกกำลังกายด้วยการตื่นเช้าวิ่งไปเขื่อนเพราะคุณจะเดินกลับมาถึงหอพักในตอนเที่ยงอันนี้ผมวิ่งกะสาว ห้าห้า
* คณะนืตืศาสตร์ มีผู้มาเรียนเยอะที่สุดและมีอัตราการจบน้อยที่สุด(น่าจะจัดอยู่ในหมวดเรื่อง ลึกลับ)จบ4ปีได้ถือว่าเทพ และสำนักนี้ขึ้นชื่อเรื่องอาจารย์ผู้มีบารมีที่มีอำนาจมากกว่าคณะบดี
* สำนักวิชานิติศาสตร์ ถ้าผมยาวหรือหนวดรุงรัง ต้องไปกำจัดก่อนพบอาจารย์...ผู้มีบารมีเนื่องจากท่านจะกล่าววลีที่ว่า ผมขอได้มั๊ย,ไปตัดผมโกนหนวดก่อนแล้วค่อยมาพบผม
* นักศึกษาคณะวิศวะมฟล.ถ้าไม่มีเหล้าสามารถกินยาสตรีเบนโล แทนได้เนื่องจากมีแอลกอฮอล์5เปอร์เซ็น แต่ถ้าเป็นผู้ชายไม่กล้ากินเบนโลก็สามารถกินยาธาตุน้ำแดงแทนได้ ^^
* สำนักวิชาที่มีผู้หญิงมากเป็นอันดับต้นๆคือนิติศาสตร์แต่จะมีแฟนน้อยเป็นอันดับท้ายๆ
* อธิการบดีมีความสามารถพิเศษในการพูดปลุกใจนักศึกษาและพูดถึงสัญญามหาชนมากมายแต่...อยารอเพราะโอกาสได้จริงมีน้อยมาก
* องค์การนักศึกษาหรือที่เรียกสั้นๆว่าองค์การ ในการประชุมผู้ชายไม่มีอำนาจตัดสินใจใดๆทั้งสิ้น ถ้าสะเหร่อแสดงคาวมคิดเห็นจะโดนสายตาจากแก๊งค์แองเจิ้ลรุมประนาม
* แกงค์แองเจิ้ลคือกลุ่มคนที่มีปริมาณและอำนาจมากที่สุดในมหาวิทยาลัย
* สนามบาสหน้าสเตเดียมมีอยู่4สนามโดยปรกติจะใช้เล่นฟุตซอล1สนาม บาส1สนาม บอร์ดหรือสเก็ต1สนาม และน้ำขัง1สนาม
* แต่เวลาไม่ปรกติชมรมวอลเล่ที่มีผู้เล่นไม่เกิน20คนสามารถแย่งที่คนที่มาเล่นฟุตซอลนับ100ได้
* เมื่อก่อนหอm2ได่ชื่อว่าหอสวนสัตว์เนื่องจากจะมีสัตว์นาๆชนิดรุมแซวนักศึกษาหญิงที่เดินผ่านไปผ่านมาปัจจุบันเป็นหอหญิง
* อากาศช่วงหน้าหนาวบริเวณหอพักหนาวชิหายมาก เคยมีบันทึกไว้ต่ำสุดที่5องศาที่เขื่อนตอนตี 5 4.7 ครับผมเจอมา
* และหน้าหนาวเป็นช่วงที่นักศึกษาไปเรียนน้อยที่สุด
* สัญลักษณ์ของเฟรชชี่วิศวะ คือ แม่กุญแจ ซึ่งเพื่อนสาขาอื่นอาจจะงง ว่าสื่อถึงอะไร
o ก็ยังเป็นปริศนาต่อไป หึหึ ~ เด็กวิศวะน่าร๊ากก
+ แต่วิศวะแอบเยอะนี่ได้ข่าว
* พี่ๆBA จะจับตามองเป็นพิเศษเรื่องโบว์สีส้มของน้องๆเฟรชชี่ ใครหาย ใครลืม หรือถ้าพี่ไปเจอโบว์หล่นที่ไหน ปี1ซวย(ของบูชาห้ามทิ้งนะเฟ้ย55 จากรุ่นพี่บีเอ)
* น้ำตก7ชั้น เป็นน้ำตกที่เฟรชชี่ปราถนาจะได้เล่นมากที่สุด ถึงแม้ระยะทางจะยากลำบากเฟียงใดก็ตามน้ำตกผากอ
* ทางเดินจากD1ไปตึกS ได้รับการขนานนามจากเฟรชชี่ปีนี้(51)ว่า เนินทรมาน และ เนินนรก
* 1เดือนแรกเป็นเดือนแห่งการรับน้อง และถือเป็นเดือนแห่งการแจ้งเกิดของพี่สันทนาการหลายๆคน
* มอไซด์สามารถใส่เกียร์ว่างแล้วไหลจากหน้าครัวจันทร์ไปถึงสเตเดียม ได้โดยไม่ต้องสตาร์ทเครื่อง เหมาะสำหรับผู้ที่พักหอ ลำดวนต่างๆ (เพราะประหยัดน้ำมัน)
o ถ้าไหลจาก D1 ไปก็ถึงสเตเดียมเลยครับ (เพื่อนผมทำบ่อยมาก)
o จักรยานก้อทำได้นะเออ
o นิยามของสาวเฟรชชี่ มฟล."สวยถึกและบึกบึน"คำนี้จะได้ยินบ่อยมาก โดยเฉพาะเมื่อต้องพยายามเดินผ่านเนินไปเรียนทุกวัน (จากรุ่น 5)
* จำนวนนักศึกษาชายก็หาได้ยากมั่กๆๆ ใน Cosmetic
* จ่ายเงินค่านู่นึ่นี่ของมอ ต้องถ่อขึ้นไปถึงตึกอธิการฯ
o อย่าคิดที่จะไปจ่ายเงินช่วงระหว่าง 11โมง - เที่ยงเชียว แล้วจะรู้ว่า........
+ ว่า....ความวังเวงเป็นเยี่ยงไร เพราะพวก She และ He ทั้งหลายเล่นยกโขยงไปกินข้าวกันหมดห้องน่ะสิ ไม่ใช่เฉพาะส่วนการเงินฯนะ ทุกส่วนเลย (ถ้าโดนยกเค้าไปนี่คงไม่รู้เรื่องกันหรอก)
* ใครจรู้บ้างว่า ท่านอธิการฯ ไม่ได้อยู่ที่มอ แต่ไปประจำอยู่ที่สำนักงานประสานงานฯที่กทม.
* เดือนพยาบาลปี50เป็นมิสsatellite(มิสกระตอย)

ความเชื่อ

* เชื่อว่าครั้งหนึ่งที่เคยได้ขึ้นไปดูน้ำตกบนดอยแง่ม คือความสมบูรณ์ของชีวิตน้องใหม่ มฟล
* ผู้ชาย มฟล จะแอบแมนได้ไม่นาน พร้อมจะโอเพ่นหลังจากรับน้องเสร็จ
* กิจกรรมการแก้บนส่วนใหญ่ยอดฮิตก็จะเป็น วิ่งรอบลานดาวและอะไรๆที่เกี่ยวกับลานดาว

-ถ้าสนใจเรื่องบน ลองดอกไม้สีแดง(กุหลาบ)ดูก็ได้ผลนะ (โดยส่วนตัว99ดอกกะลังดี) --ปล.แต่ถ้าบนอย่างเดียวโดยไม่พยายามทำอะไร ต่อให้ใครก็ช่วยไม่ได้ วิธีนี้แค่สร้างกำลังใจให้ตัวเองเท่านั้น(ความศรัทธาก่อเกิดปาฏิหารได้เสมอ)

*
o มีคนบอกว่าใครมีแฟนก่อนมาที่มอจะเลิกกัน และใครที่ังไม่มีก็จะหาได้ที่นี่เล่ะ (ไม่เชื่ออะตอนนี้หาไม่ได้สักคน55)ของผมทั้งมี+มาหาที่นี่พร้อมกัน
o และคนที่แฟนเลิกกันตอนมาที่มอก็จะเจอคนใหม่ที่นี่(เพื่อนยืนยัน)
* ถ้ามีระเบิดลงที่ มหาวิทยาลัยจะเสียบุคคลากรกระเทยครึ่งเชียงรายครึ่งประเทศเลยมั้ง
* สวนวนาภิรมย์หน้าสระ ห้ามไปกะแฟนมิเช่นนั้นจะต้องเลิกกัน
o วันขันโตกห้ามอยู่เกินเที่ยงคืน ....
+ อย่าไปท้าใครหลัง7-11ปิดจะดีมาก(เพราะที่นี่ที่เดียวในประเทศปิดตอนเที่ยงคืน55)
# ห้ามอยู่ที่เขื่อนหลังพระอาทิตย์ตกดินเด็ดขาด...ไม่งั้น สยองแน่ๆ

เรื่องลึกลับ

* อาถรรพ์ลิฟท์ (ไม่รู้อยู่แถวไหน) ว่าไม่เคยจะได้สร้าง และโดนปิดเอาไว้ - -"
* ผีเด็ก มี อยู่แถวๆ F1 แต่ห้องน้ำไหน ผมไม่รุ้ ฮ่าๆๆๆ
* ตู้เย็นของ มฟล. ขึ้นชื่อเรื่องมีผีสิง (ผีตู้เย็น)

* ผีตู้เย็นสุดน่ากลัว!! มีทุกหอด้วย
* หอชาย มีผีเด็ก หอหญิง มีผีฝักบัว
* เด็กปีหนึ่ง ต้องปลูกป่า ไม่ปลูก เรียนไม่จบ ต้นไม้ตาย ก็ไม่จบ
* สระหลังมอ อย่าคิดไปหลังหกโมงเย็น

1. เพราะยุงเยอะ
2. เพราะเปลี่ยวไฟไม่ค่อยมี แถมยามชอบอู้หายแว้ปไปไหนก็ไม่รู้
3. ที่สำคัญอยากลองดีก็ไปท้าแถวนั้นก็ได้ รับรองตามมาเป็นขบวน

* ต้นไม้ที่ลานดาว ไม่เคยซ้ำทุกปี ไม่เชื่อลองสังเกตดู
* หารู้ไม่ว่า ต้นไม้ที่เอฟสอง ตอนผมมาอยู่ ไม่เคยมีใครมาไหว้เลย ตอนนี้พวงมาลัย เยอะแทบกิ่งหัก
* เอฟหนึ่ง ขึ้นชื่อเรื่องเฮี้ยน
* เอฟหนึ่งจะยิ่งเฮี้ยนเข้าไปใหญ่ เพราะอาจารย์ใหญ่จะมาอยู่ใกล้ๆ(มั้ง)
* สามแยก หน้ามอ คนตายทุกปี
* ทุกตึกในมหาลัย จะมีผีเฝ้าตึกอยู่ เนื่องจากคนงานพม่าที่เข้ามาสร้างตึก ถูกฆ่าโดยนายจ้างคนไทย เพราะไม่อยากจ่ายเงินให้ โดยเฉพาะตึกอธิการ,ลานAV(ใต้ห้องสมุด),หอนานาชาติ(หอเภา สารสิน),หอจีน 1-2 ไม่เชื่อลองถามsecurity guard ที่อยู่มานานๆ
* สังเกตุว่า C1 ตรงทางขึ้นตึก อธิการ มีลิฟต์ฝั่งเดียว อีกฝั่งนั้นปิดตายไว้เพราะ มีคนตกลงไปตายตอน ก่อสร้าง ดึกๆ ไม่มีใครกล้าเดินผ่าน ขนาดยามยังต้องไปกันที่ละ 3-4 คน เวลาเดินตรวจ ว่ากันว่า เป็นสถาปนิก สาว กะลังท้องด้วย! เค้าตกลงไปตอนส่องกล้อง จากชั้น 3 เคยมีโครงการจะ ทำลิฟต์ ปีที่แล้วต่อ แต่ทว่า คนที่ไปทำ จับไข้ทุกราย !
* ผีอีกประเภทนึงที่น่ากลัวมากๆๆๆๆๆๆ เป็นผีค่าไฟ เพราะผีตนนี้จะสิงสถิตอยู่กับหอพักลำดวนบางห้องหรือทุกห้องก็ไม่รู้ ทุกครั้งที่ได้เห็นค่าไฟหัวใจแทบอยากจะลงไปอยู่ฝ่า...นเลยนะขอบอกขอบอก และล่าสุดมีคนกำลังทำการวิจัยเรื่องค่าไฟ เพราะความรู้สึกเหมือนว่ายิ่งใช้มากยิ่งถูก ผลเป็นอย่างไรก็รอกันต่อไป
* ผีตู้เย็น เป็นผีชนิดหนึ่งที่ชอบเอาอาหารของผู้อื่นไปกินโดยไม่ได้รับอนุญาต ถึงแม้ว่าจะสาปแช่งเท่าไร มันก็ยังไม่หายหัวไปหรอกนะ นอกจากสาปแช่งแล้ว จุดยุทธศาสตร์การวางตู้เย็น ด้านซ้ายและด้านขวาจะมีกล้องรักษาความปลอดภัยอยู่แต่ก็มิอาจะช่วยอะไรได้กับ ของในตู้เย็นผมฉี่ใส่ขวดโออิชิยังหายไปครึ่งขวด
o (คำเตือน)ห้ามเดินลัดสระอโนดาดหลัง6โมงย็น
* สระน้ำหลังห้องสมุดมีปลาลึกลับที่ลือกันว่าใหญ่กว่าปลาช่อนอเมซอนฃ
* ต้นฉำฉา หรือต้นไม้ที่ F2นั้นตอนสมัยรุ่น5เข้ามาก็มีการเคารพกราบไหว้อยู่ก่อนแล้ว เพราะเชื่อว่ามีเจ้าที่เจ้าทาง เทพาอารักษ์คอยปกปักษ์รักษาอยุ่ และบ้างก็ว่าเป็นวิญญาณผู้หญิงหรือนางไม้ ตามแต่จะเล่ากันมา แต่ก็ไม่น่าแปลกที่จะเชื่อ เพราะม.เรากว่าจะสร้างมาได้ต้องตัดต้นไม้ตัดเขาไปเป็นครึ่งๆลูก การให้ความเคารพ และมีความเชื่อต่าง ๆจึงได้มีการกล่าวถึงจากรุ่นสู่รุ่นเสมอ
o ได้รู้มาว่าตึก S ที่มีลิฟท์ ช่วงระหว่างห้อง it และ lab ภาษา ไม่รู้ว่าตอนนี้เปลี่ยนหรือยัง แต่มีอาจารย์ท่านนึงเคยเล่าให้ฟังว่า หลังจากสอนเสร็จช่วงเวลาเลย 6 โมงเย็นไปแล้ว ท่านเคยเห็นผู้ชายที่มีลักษณะเป็นคนงานก่อสร้างยืนมองอยู่ และพอท่านจองมองและกำลังจะเอ่ยทักก้ปรากฏภาพเงาในกระจก มีเพียงแค่ครึ่งตัวท่อนบน ไม่มีขาและร่างอาบไปด้วยเลือด หลังจากนั้นอาจารย์ก็ไม่เมคอัพคราสตอนเย็นอีกเลย
o จำนวนอาจารย์ชายมีน้อยกว่ากว่าอาจารย์หญิง อิอิ
* พอถึงหน้าหนาวหรือฝนตก บางคนจะสามารถมองเห็นพระธาตุลอย ลองดู!

ของกิน

* ของกินที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จะมีโรงอาหาร อยู่ 3 ที่ คือ
o D1 โรงอาหารที่นักศึกษาปีที่ 1 ต้องไปกินข้าวเช้า กลางวัน เย็น จนกว่าจะได้ออกจากหอใน กับข้าวก็ไม่ต่างจาก โรงเรียน เก่าของแต่ละคน
o E1 โรงอาหารที่ไม่ต่างจาก D1 มากนัก คือ ต่างกันที่ E อยู่ชั้น 1 D อยู่ ชั้น 2 และ D2 หรูขึ้นมานิดนึง บรรยากาศดี ที่จอดรถร้อน อาหารน้อย วังเวง ปิดไว
o ตรงพลาซ่า ในมอ มีร้านนึงชื่อร้าน กรุงเทพ คนเยอะ ร้านก็ดี ขึ้นชื่อ แพนเค้ก หลากหลายหน้า คอฟฟี่มอร์ ร้าน เครื่องดื่ม อร่อย มากมาย ชง กาแฟ ร้านกาแฟ
* ร้านใหม่ คนเยอะ ณ บัด นาว
* ปัจจุบัน ร้านกรุงเทพ(ที่เป็นร้านอาหาร)ได้เจ๊งไปแล้ว
* อีกทีแนะนำ ให้ไป คือ ร้านครัวจันทบุรีอยู่ตรงแยกเข้าหอนานาชาติ รสชาติอร่อย ลีลาการตักกับข้าวเป็นเยี่ยม(หรือเรียกกันว่าร้านเฮียยิก เพราะลีลาการตักของเฮียยิกยิกเอาหมูหรือทรัพยากรที่มีคุณค่าออกจากกับข้าว)
o ร้านป้าแผงเปนร้านดีลิเวอร์รี่ขี้เกีจออกไปซื้อข้าวก็โทรสั่งซะนะ
* ร้านป้ากิ่งได้ชื่อว่าเป็นร้านที่มีบรรยากาศในการนั่งกินมาคุที่ สุด ไม่พอใจป้าแกด่าเอาง่ายๆ คาดว่าถ้านายกสมัครมาเปิดรายการชิมไปบ่นไปที่นี่อาจมีการปะทะถึงตลาดพังปิดไปแล้วป้าแกว้ากแบบemoมากไป
* ร้านอิ่มอวก หรือ ร้านควายอิ่ม (จริงๆชื่อร้านเอื่อฟ้า)สาเหตุที่เรียกแบบนั้นเพราะได้เยอะ บรรยากาศภายในร้านดูเหมือนชนบทมากๆ แต่มีอาหารญี่ปุ่นที่อร่อยใช่ย่อย

ตลาดหน้ามอ (ตลาดฟ้าไทย)

* ถ้าวันไหนมีกิจกรรมพิเศษเช่น งานเฟรชชี่ งานบายเนียร์ หรือว่ามีคอมเสริต์ เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนคนจะล้นตลาด
* คนเยอะมากมายตอนเย็นมีทุกอย่าง มี 7-11
* ร้านกทม. ร้านเหล้าหน้ามอ เป็นร้านที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหมาย ไปหลังสองทุ่ม ไม่มีโต๊ะนั่งปิดแล้ว
* ร้านกลึ่ม เป็นที่รองรับ ลูกค้าร้านกทม. เพราะโต๊ะเต็ม ถ้ามีโต๊ะว่าง จะมีคนลงไปดูแล้วย้ายไปปิดแล้ว
* ร้านสปริงซอง เป็นที่ ต่อจากร้านกทม. เพราะปิดดึก แล้วเด็กมอ ก็จะไม่ไปในเมืองแล้ว เพราะรถหมด เห่อๆๆ
o ปล.ปัจจุบันสปริงซองได้ปิดตัวไปแล้ว เนื่องจากสาเหตุใดมิทราบได้
* ร้านเบลอ ร้านเหล้าแห่งใหม่ ที่ว่ากันว่ามาแทนสปริงซอง เป็นแหล่งรองรับลูกค้าที่ค่อนข้างจะได้รับความนิยม เนื่องจากมักจะนำนักร้องที่มีชื่อเสียงมาแสดง(ปัจจะบีนขยายกิจการคลอบคลุม บริเวรหน้ามอด้วยผับ เบลอ77 ร้านคาราโอเกะ+ส้มตำไฮโซเบลอ88 ร้านข่าวต้มเบลอ คาดว่าจะครบวงจรภายในเวลาไม่นาน)เปลี่ยนเป็นชื่อร้าน Jazz
o มีร้านชื่อสนามหลวงด้วยนิ (ปัจจุบันปิดตัวไปแล้ว)
o มีร้านเปิดใหม่แล้ว....ชื่อร้าน Drink Solution....ว่ากันว่า เจ้าของ that's & where มาเปิดเอง
o ร้าน ชงกาแฟ ขยายกิจการมาเปิดหน้ามอเช่นกัน(ในมอคงกินเยอะ)มี อาหารคาว+หวาน เค้ก ที่สำคัญเปิดแอร์ด้วย แถมบริการไฮโซ เน็ตไวเลส(ถ้าเป็นแบบนี้คิดว่าคงซื้อกาแฟแก้วเดียวอยู่เล่นมันทั้งวัน)
o ร้าน BKK grill ได้เปิดสาขาเพิ่มที่หน้ามอ เด็กมฟล.จะได้ไม่ต้องไปไกลถึงในเมือง แต่สุดท้ายแล้วป้ายร้านก็ใช้ชื่อว่า สเต็กเชียงราย(สงสัยทำไม่ได้ตามมาตราฐานBKK grill)แต่ยังไงแล้วคนก็แน่นร้านทุกวัน ถึงแม้จะอยู่ไกลว่า Hot rock cafe'
o แก้ไข BKK หน้ามอ....ที่ใช้ชื่อ เชียงรายสเต๊ก เพราะว่า เปน ญาติก่ะเจ้าของ Bkk Grill ในเมือง
o อืม..ตลาดหน้ามอ ถ้าส้มตำก้อต้องนึกถึง ร้านป้ามี กะ ร้านอุบลฯ ไม่รู้ยังอยู่ป่าว (เฮ้ย...น้ำลายไหล)อยู่ในหมวดของกินป่าวหว่า ???

นอกมอ

* อยู่มอไปเรื่อยๆ จะต้องคิดจะไปบิกซีบ้างล่ะน่า
* และก็ต้องเคยดูหนังในบิกซีบ้างล่ะ(แล้วจะรู้ว่าต่างกับโรงหนังที่เคยรู้จักกัน)
* เด็กมอแทบทุกคนต้องเคยไปร้านนมหน้ามอ
* และก็น่าจะเคยไปร้าน Happy Plus พร้อมกับเขียน Post it แปะฝาร้าน
* โรงหนัง Big C เล็กกว่าหอประชุมสมเด็จย่าซะอีก
* เด็กมฟล. 0.01% ไม่เคยไป that it ผับแห่งนึ่งของเชียงรายอาจเรียกได้ว่าเป็นผับประจำจังหวัด
* เด็กที่อยู่หอนอกแล้วมีปัญหาเรื่องเงินส่วนใหญ่จะย้ายกลับเข้ามาหอใน
* ร้านรุ่งนภามีทุกสิ่งให้เลือกสันมีตั้งแต่ มาม่า ไปถึง อ่างดินเผา แต่ตอนนี้ได้ปิดกิจการไปแล้ว(รวยแล้วเลิกว่างั้น)
* ร้านเหล้าหน้ามออยู่ได้ไม่นานก็เจ้ง
* ร้านหมูกะทะในย่านมฟล.มีแห่งเดียวคือแก้วใจหมูกะทะ และร้านนี้ได้ชื่อว่าเป็นร้านหมูกะทะที่ใกล้มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่สุดใน โลก (โอ้โห...ระดับโลกเลยนะ)
* ร้านสามเหรียญหน้ามฟล.คือ mkสุกี้ ย่อมๆ
* "ไส้กรอก มาแล้วครับ ไส้กรอก" แปแป๊ด แปแป๊ด !!!(เสียงแตร) ฟังทุกเย็น กินบ่อยด้วย
* ถ้าพูดถึงหน้ามอ นอกมอ ก้อต้องนึกถึงมอไซร์ นศ.ย้อนศร กับตร.หัวปิงปองที่มาบ้างไม่มาบ้างเดาไม่ถูก แต่ถ้ามาทั้งแม่ค้า ทั้งเพื่อน และรุ่นพี่รุ่นน้องต่างต้องคอยเตือนบอกต่อไปตาม ๆกัน (แหม!!!....!!!สามัคคีกันจิง ๆ)
* เดือน สำนักต่างๆ บางสำนัก เวลาไปเที่ยวในเมือง ชอบหิ้วสามีไปด้วย ไม่เข้าใจจริงๆ เป็นเดือนนะยะ
o
+ อีกไม่นานมหาลัยคงจะมีโครงการ"ปั้นเดือนสู่ดาว"

บุคคลชื่อดังต่างๆ

* พี่แม๊ค(สัน)บุคคลผู้เป็นตำนานที่นักศึกษาทุกคนต้องรู้จัก เป็นนักศึกษาที่อยู่มอนี้มานานที่สุด ร่ำลือกันว่าแกอยู่มาตั้งแต่รุ่น2และเรียนเกือบครบทุกสำนักวิชาแล้ว อาจารย์บางคนเจอแกต้องยกมือไหว้เนื่องจากความอาวุโส เป็นปูชนียบุคคลที่สร้างประโยชน์ให้มหาวิทยาลัย โดยการทำกิจกรรมรับน้อง คาดว่าอนาคตอธิการบดีอาจจ้างแกมาเป็นหัวหน้าหน่วยงานรับน้องโดยตรง นับว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงที่สุดในมหาวิทยาลัย
* เจ๊เค เป็นบุคลากรของมห่าวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากผู้หนึ่ง เป็น ผู้ชายใจหญิงทีมชาติ ที่จบวิทลัยพลศึกษา จึงมีพละกำลังที่สูงมากและมีความสามารถในกีฬาทุกประเภท เช่นวอลเลย์(เตะบอลเก่งกว่าชายแท้บางคน) ทั้งยังมีความสามารถในการเต้น นักศึกษาเกือบทุกคนต้องรู้จักเจ๊แก
o
+ มีเรื่องเล่าว่ามีคนทะลึ่งจะแกล้งเจ๊จากด้านหลังแต่ก็เจอเจ๊"๊จระเข้ฟาดหาง"เข้าให้
+ คำพูดติดปากเจ๊หมายเลข 1 "ข้าวเหนียวถั่วดำสักถุงไหมคะ?"
* กำนันเป๊าะ นักศึกษาชายที่ละม๊ายคล้ายนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดัง เป็นบุคคลที่ได้รับความรู้จักเป็นวงกว้างจากความกวนอวัยวะเบื้องล่าง มีรูปร่างอ้วนกลม แต่มักจะบอกว่าตัวเองมีความสามารถในด้านศิลปะการต่อสู้ชนิดหนึง ซึ่งสมาชิกชมรมดังกล่าวจะเห็นได้ว่ามันไม่จริง เค้าจะมายืนสอนสมาชิกรุ่นน้องในชมรมให้เข้าใจผิดไปตามเค้า เนื่องจากเป็นผู้มีความรู้ทางทฤษฎีสูงมากทำให้น่าเชื่อเด็กใหม่อาจจะไข่ ว้เขวได้ มักจะถูกแบนตากกิตกรรมชมรม ปัจจุบันหันหลังให้กับศิลปะการต่อสู้ ไปสู้กีฬาประเภทอื่นคือเทนนิส มักพบได้ที่สนามเทนนิสพร้อมไม้เทนนิสหนึ่งอันแต่งตัวละม๊ายนักเทนนิสชื่อดัง ของไทยที่เคยติดอันดับโลก จากการสอบถามจากผู้อื่นได้รับทราบมาว่าหากเค้าเก่งได้ซักครึ่งนึงของทีพูดคง จะไปแข่งเฟรนช์โอเพ่นไปแล้ว
* พี่โค๊ก บุคคลกรที่มีชื่อเสืองในยุคก่อนนักศึกษาใหม่อาจไม่รู้จักมากนัก ได้รับการเล่าขานถึงความสามารถในการจัดการงานนอกสั่ง ในทุกๆกิจกรรมของมหาวิทยาลัย จนเป็นที่เอือมระอาของผู้ร่วมจัดกิจกรรมทุกคน ได้ข่าวว่าพ้นสภาพแล้วก็ได้ข่าวมาว่าจะกลับเข้ามาศึกษาใหม่ แต่ไม่ได้รับการยืนยัน
* พี่เบิร์ด(แซ๊บ) จากสำนักวิชาที่มีตราสัญลักษณ์เป็นรูปตราชั่ง เป็นที่รู้จักกันในวงการฟุตบอลภายในของมหาลัย เป็นนักฟุตบอลฝีเท้าฉกาจ ล่ำลือกันว่าเคยโดนเรียกไปติดเยาวชนทีมชาติแต่โดด(ซะงั้น) เป็นบุคคลที่รู้กันว่ามิควรจะหาญกล้ามีเรื่องด้วยเป็นอย่างยิ่งเพราะความ แซ็บของแก แต่เหนือสิ่งอื่นใด เพื่อนพี่แกมากโข ชนิดว่ามากันทั้งตำบลแต่ไกลกว่าตำบลนั้น พี่แกอยู่อย่างเงียบๆไม่เปิดเผยเป็นตัวละครลับ(หุหุ)แต่พี่แกจะออกมาก็ต่อ เมื่อมีเรื่องเท่านั่นและพี่แกเป็นผู้มีอิทธิพล(มืด)ที่สุด
* พี่เพชร(สวัส) ปัจจุบันจบการศึกษาแล้วแต่ได้รับการร้องขอให้มาช่วยกิจกรรมการรับน้องภายใน มหาวิทยาลัย เป็นบุคคลที่เด็กกิจกรรม และบุคคลากรที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของมหาวิทยาลัยต้องรู้จัก ในวงการกิจกรรมแล้วได้รับความรู้จักน้อยกว่าพี่แม๊กในระดับที่เรียกว่าเฉือน กันนิดเดียว
* อาจารย์....ผู้มีบารมีในสำนักวิชาที่มีสัญลักษณ์เป็นตราชั่ง ผู้เขียนได้รับคำล่ำลือมาจากนักศึกษาหลายคนว่า เป็นอาจารย์ในคณะที่มีอำนาจตัดสินใจมากกว่าคณะบดี มีกมีข้อข้องใจในเรื่องทรงผมหนวดและการแต่งกายของนักศึกษาเป็นประจำ เป้นอาจารย์ที่ถ้านักศึกษาในสำนักกำลังจับกลุ่มคุยกันจะสลายกลุ่มทันทีเมื่อ เห็นอาจารย์และจะเดินหนีออกนอกระยะสายตาของท่าน ซึ่งเราไม่อาจทราบสาเหตุดังกล่าวำได้
* เจ๊โบ๊ท นักศึกษารุ่นอาวุโสผู้หนึง มีร่างกายเป็นชายร่างกำยำแต่ใจเป็นหญิง เป็นนักกีฬาวอลเลย์ของมหาลัยที่มีแรงประดุจช้างสาร ล่ำลือว่ารับประทานนักศึกษาชายภายในมหาวิทยาลัยไปแล้วจำนวนขึ้นหลักหลายสิบ ถึงหลักร้อยและเหตุผลที่แกยังไม่ยอมจบเพราะที่นี่คือขุมทรัพย์ ปัจจุบันไม่ทราบสนานะและถิ่นที่อยู่ของแกว่ายังป็นนักศึกษาอยู่หรือไม่ รู้สึกว่าแกจะไปเป็นทหารอากาศแล้ว
* พี่วิจารณ์ พี่สันรุ่นเก๋าอีกคนที่รู้สึกว่าจะป๊อปและโด่งดังไม่แพ้พี่แม็ค พี่คนนี้จะมีเอกลักษณ์อย่างนึงเป็นของตัวเองคือ ใส่หมวก พี่แกใส่ทุกสถานการณ์ สงสัยคงน่ารักเพราะหมวกนี่แหละ อิอิ
o มีบางคนบอกว่า พี่แกจะจบแล้วเลยถอดหมวกออกไปเลย (สงสัยจะเปลี่ยนลุคมั้ง แก้ได้นะเพราะฟังต่อๆกันมา55 )
+ บัญชี มฟล เรียนยากมากที่สุดในการจัดการ คนจบน้อยที่สุด ทุกคนที่เป็นนักศึกษา 50 อาจจะเคยได้ยินนามของอาจารย์พ่อและอาจารย์แม่ที่โด่งดัง ปล.พี่อยากให้น้องๆตั้งใจเรียนนะจร้า
o พ.ร.บ. กลุ่มบุคคลที่มียูนิฟอร์มเป็นเอกลักษณ์คือ กางเกงยีนส์ขายาวยี่ห้อควายสุพรรณและเสื้อยืดสีดำด้านหลังสกรีน "ชื่อเฉพาะกลุ่ม" มีลักษณะอาการไม่ชอบรอยยิ้มของผู้ใด บุคคลเหล่านี้จะมีตัวตนเพียง 1 เดือนในช่วงรับน้อง..หลังจากหมดช่วงรับน้องกลุ่มบุคคลเหล่านี้จะหายไปอย่าง ไร้ร่องรอย วลีโด่งดัง " สวัสดีครับปี1! "

* อาจารย์ P (นามสมมุติ)อาจารย์ที่อยู่สำนักไอทีมีหลายฉายามาก ดั่งเช่น พี่ปื้ด(นานๆทีเห็นหน้าสักครั้งที่สำนักสงสัยซิ่งหนีเด็ก), โหดหน้าเป็น(เห็นหน้ายิ้มๆดูชิ่วๆแบบนั้นแต่ให้ไม่ผ่านโปรเจคจบมากที่สุดใน 'มหาลัย), 30(กว่าๆ) ยังแจ๋ว เป็นต้น ด้วยหน้าที่แอ๊บแบ้วโดยไม่ได้ตั้งใจทำให้ถูกเข้าใจผิดบ่อยครั้งว่านี่คือ" นักศึกษา" มากกว่า "อาจารย์ที่สอนนักศึกษามาตั้งแต่ยุคบุกเบิก'มหาลัย"(ปีนี้'มหาลัยก็ปาไปปี ที่10แล้วนะ)
* อาจารย์สำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางไม่มีผู้ชาย (แท้) แม้แต่คนเดียว เฮ้อ......เสียดาย ค่ะ
o จำนวนอาจารย์ชายมีน้อยกว่ากว่าอาจารย์หญิง อิอิ

เครดิดจาก...www.soccersuck.com กับ วิกิพีเดีย

ผมละอยากไปเรียนที่นี่จัง อิๆ

edit @ 7 Jun 2010 13:58:42 by Em

เรื่องมันเริ่มจาก....

เดี๋ยวนี้ผมชอบอ่านหนังสือเพื่อที่จะเตรียบสอบเทียบอยู่ที่บ้าน มีรุ้นพี่คนหนึ่งที่เคยเรียนที่อินเดียมาด้วยกัน เขาโทรหาผมแล้วบอกว่าเขาจะไปเรียนที่แม่ฟ้าหลวง ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แถมยังดีใจซะอีกว่าในที่สุดพี่แกก็สนใจเรียนซะที ไม่มัวเหลวไหลอีก แต่....

มีอยู่วันหนึ่ผมโทรไม่หาเขา เขาบอกว่าตอนนี้มีงานรับน้องใหม่อยู่ สนุกมากๆ ผมก็เกิดอาการน้อยใจนิดๆ เพราะผมไม่ได้ออกไหนเลย ก่อนที่เขาจะเข้าแม่ฟ้าหลวง เขาโทรหาผมเกือบจะทุกวัน (แต่ผมไม่ใช่เกนะครับ) ทำให้ผมใดมีอะไรได้คลายเครียดจากการอ่านหนังสือได้บ้าง แต่หลังจากที่เข้างานรับน้องใหม่ที่แม่ฟ้หลวง เขาก็หายไปแบบไร้ร่องรอย ทำให้ผมรู้ว่าที่แล้วๆมาผมเป็นแค่อะไรบางอย่าที่เขาใช้เพื่อฆ่าเวลา แต่ตอนนี้กลับเป็นผมอยู่ฝ่ายเดียวที่ตามโทรตามถาม

ผมได้แต่คิดในแง่ดีว่า เขาคงไม่ว่าง หรือไม่ก็ดีแล้วที่เขาได้มีเพื่อน เขาไม่เหงา แต่ผมเริมตะหงิดๆในใจว่า อะไรที่ทำให้เขาไม่มีเวลาว่างขนาดนี้... ผมเลยถามเขาตรงๆว่าเขาดูดบุหรี่หรือเปล่า เขาบอกว่า ใช่ เขาสูบ

เรื่องที่ว่า เรื่องพวกนี้เป็นธรรมดาของผู้ชายนั้นผมเข้าใจ...บางคนชอบสูบ...บางคนชอบดื่ม...บางคนติดยาดม(เกี่ยวไหมเนีย) เขาเคยสัญญากับผมว่าถ่าเขากลับมาที่ไทยจะไม่สูบแล้ว

มีอยู่คำพูดเขาคำหนึงครับที่ทำให้ผมโกรธ ผมถามว่าทำไมต้องสูบ เขาพูดว่า ว่างมากไม่มีอะไรทำ..เบื่อ...ก็เลยตามน้ำไป

ถ่าเขาอยู่ข้างๆผมอยากจะกระแทกมือถือใส่หน้าเขาจริงๆ ผมอายแทนจริงๆ ลูกผู้ชายที่ไม่สาคำพูดตัวเอง และก็เห็นคำสัญญาเป็นเรื่องเล่นๆ สัจจะลูกผู้ชายมีไวทำไมกัน ใครมันจะไปนับถือ ผู้หญิงคนไหนจะไปรัก!! ถ้ารู้ว่าตัวเองรักษาไม่ได้ก็ไม่ต้องไปสัญญาให้มันเป็นโซ่ผูกคอ

ผมไม่ได้ระบายอารมออกไป ผมแค่พูดขอร้อง ว่า อย่าสูบเลย ผมเคยมีเพื่อนสนิทที่เรียนมาด้วยกันแล้วผึ้งตายไป ด้วยเหตุเกิดจากสูบมากเกินไป เขาบอกผมว่าถ้าอยากให้เขาเลิกสูบ ผมต้องมาเรียนที่เดียวกับเขา

 ผมพูดไม่ออก ผมเลยขอวางสายไป

 ผมไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับรุ้นพี่คนนี้ดี จนท้ายที่สุดผมส่งSMSไปว่า ถ้าตายจากบุหรี่ผมจะไม่ไปงานศพนะ

แต่ถ่าให้พูดตรงๆ เป็นห่วงก็เป็นห่วง โกรธก็โกรธ แต่เราจะเอาอะไรไปห้ามเขา ก็ตัวเขานิครับ....

เตรียมสอบ เครียด!!!

posted on 14 May 2010 16:17 by snow-cat

วันนี่ผมสมัคสอบGEDทางเน็ด(เป็นการสอบเทียบชนิดหนึ่ง) ผมก็ไม่ได้ทำอะไรมาก (มีคนช่วยสมัคให้) แต่ตอนอ่านนี้สิ แล้นเอาผมแทบสลบ เพราะพ่อดันให้ผมสอบแบบรวดเดียวสามวิชา แล้วแต่วิชาใช่ว่าจะง่ายแถมเป็นenglishอีก แต่เป็นของเอมริกา... แต่ยอมรับว่ามันง่ายกว่า o level ของ England เยอะ แต่ต้องใช้ความเข้าใจในภาษามากกว่ามากกกกก โอเคผมเข้าใจในภาษา แต่ ต้องใช้การวิเคราะด้วย!!! ซึ่งผมแย่ทางด้านนี้สิ

ผมมีเพื่อที่เรียนอินเดียมาด้วนกันมาตั้ง 4 ปี มันบอกว่ามัน สอบตั้ง3ที กว่าจะผ่านหมด แล้วผมจะรอดไหมเนี่ย!! แถมสิ้นสุดปีนี่ เขาจะเปลี่ยนชุดข้อสอบ ถ้าผมยังสอบไม่ครบ5 วิชาผมต้องสอบใหม่หมดเลย มันทำให้ผมเครียดมาก ถ้าผมตกวิชาใดวิชาหนึ่ง ผมต้องรอไปสามเดือนกว่าจะสอบวิชานั้นๆใหม่ได้

ตอนผมเลยทำตัวเป็นผีดิบที่ไม่ออกไปไหนตอนกลางวันเลย จนเพื่อนจะตั้งชื่อผมว่านายเผือกอยู่แล้ว แฟนผมยังเรียกผมว่าหนูเผือกเลย +_+" (ภูมิใจไหมเนี่ย)....

แต่ปัณหาก็เริ่มตามผมมาเรื่อยๆ ผมก็เริมไม่ออกจากบ้านเพราะอ่านหนังสือ เวลาว่างที่มีเหลือเพืยงน้อยนิดผมก็เล่นเน็ดคลายความเครียด เดี๋ยวจะเป็นจะโรคจิตเพราะความเครียด ผมเริ่มไม่มีเวลาให้กับใครเลย คนรอบๆข้างผมเริมออกอาการน้อยใจหรือโกรธ ความเครียดผมเริมเพิ่มมากขึ้นๆ ผมหงอเพิมขึ้นเป็นเส้นที่10แล้วT^T จนผมต้องมานั้งเขียนนั้งระบายหน้าคอม

 ผมคิดว่าถ่าเรื่องGEDบ้าๆนี้ผ่านไป ผมคงทำให้ชีวิตเดิมของผมกลับมาด้วย คิดว่านะ.....

ตอนนี้ผมแทบจะกินหนังสือเป็นอาหารอยู่แล้ว....

เอานะ สู้ๆ...สำหรับใครที่มีสอบ...ก็อย่าเครียดมากนะครับ...เราก็ทำให้ดีที่สุดละกัน